ปี 2010 ที่ผ่านมา กระแสการทำเวป WhiteHat คงจะต้องยกให้กับการทำเวปหน้าเดียวที่มีคุณป๊อป CantonaX เป็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในแนวทางนี้
แต่หลังจากที่ Google ปรับปรุง algorithm ในการจัดอันดับใหม่พร้อมๆกับการมาของ Google Caffeine ทำให้เวป super micro niche อย่างเวปหน้าเดียวทั้งหลายอันดับตกไปอยู่ท้ายตารางกันเป็นว่าเล่น คนทำเวปหากินอย่างเราๆ เลยต้องแก้เกมกันไปโดยการเพิ่มบทความเข้าไปทำให้มันกลายเป็นเวปที่มี 4-5 หน้าแทน ซึ่งตรงนี้เวปพวกนั้นก็จะกลายร่างมาเป็นเวป micro niche ไป แต่ปัญหามันเกิดตรงที่เวปที่เริ่มจากการเป็นเวปหน้าเดียวมาก่อนมักจะถูกจำกัด scope ของเนื้อหาด้วยชื่อ Domain ซึ่งมักจะจดให้ตรงกับชื่อ keyword ที่เป็นเป้าหมายในตอนเริ่มทำเวป ผลเลยกลายเป็นว่าทำให้เราขยายเวปได้ไม่มากนัก และที่สำคัญเราไม่สามารถวางใจได้ว่า Google จะออกอาการไม่ปลื้มเวป micro niche ขึ้นมาอีกในวันไหน คนที่ทำไปเยอะแล้วก็ต้องลุ้นกันไปเรื่อยๆ
โดยหลักการแล้วถ้าไม่นับเรื่องของ caffeine เข้ามา จุดแข็งของเวป micro niche คือการที่มีการแข่งน้อยทำให้สามารถทำอันดับที่ได้รวดเร็วด้วยการมี keyword อยู่ภายในชื่อโดเมน แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน keyword พวกนั้นคือคำที่ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีใครเข้ามารุมทึ้ง หรืออีกนัยนึงอาจจะแปลได้ว่าเพราะมันมีกำไรน้อยคนก็เลยไม่เข้ามาแข่งกัน ดังนั้นถ้ารักที่จะทำเวป micro niche จึงต้องทำเวปขึ้นมาเป็นจำนวนมากเพื่อชดเชยกัน แต่ผลที่ตามมาคือมันจะมี initial investment สูงมากโดยเฉพาะค่าโดเมนที่ต้องจ่ายออกไป
อีกด้านนึงของเกมนี้คือเวป Mini Niche คือการทำเวปที่วาง scope ไว้ไม่แคบจนเกินไปนัก มีช่องทางในการขยายเวปได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับใหญ่จนไปซ้อนทับกับยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าที่อยู่ใน niche นั้นๆ ถ้ามองจากมุมคนทำ micro niche จะเห็นว่าเวปแบบนี้ทำอันดับใน keyword ที่ต้องการได้ยากกว่า ต้องลงแรงทำ off-page SEO มากกว่า แต่ข้อดีของมันคือถ้าไปถึงจุดนึงแล้ว power โดยรวมในสายตา Google มันสูงกว่าเวปที่ไม่มีการอัพเดทเลยอย่างพวกเวปหน้าเดียวแน่ๆ
ที่สำคัญคือการทำเวป mini niche เราสามารถลงไปเล่น keyword ที่ “อ่อน” กว่าได้หลายๆคำโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึั้น ที่จะมีก็แต่ค่าแรงตัวเองที่ต้องลงไปกับการทำ SEO ให้กับทุกคำแค่นั้นเอง ที่สำคัญคือเมื่อเวปเรา “ใหญ่” ในสายตา Google ถึงจุดนึงแล้ว เราจะได้โบนัสมาอย่างนึงคือการทำอันดับของ long tail keyword จะดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ถ้าเราเอาบทความที่มี keyword ที่เราหามาอย่างดีโพสขึ้นเวปเรา และไปโพสขึ้นที่ Ezine พร้อมๆกันเพื่อหวัง backlink เชื่อมั้ยครับว่าอันดับของ Ezine จะชนะเราสบายๆในช่วงต้นๆโดยที่ Ezine ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย กว่าเราจะชนะมันมาได้ก็ต้องหา backlink กันหืดขึ้นคอ ฮ่าๆ
สรุปสั้นๆได้ว่า mini niche เป็นหนทางที่ต้องเดินไปของคนทำเวปแบบ WhiteHat ในปี 2011 นี่ละครับ เรามาทำเวปขาวๆ เอาไว้กินยาวๆ กันดีกว่า
![[Blogger#3] สรุปยอดบลอกเกอร์ ปิดยอดสิ้นเดือนตุลาไปเรียบร้อยสำหรับการทำ blogger case study ซึ่งตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้เวลาทั้งหมดสองเดือนครึ่ง สามารถสรุป Stat คร่าวๆ ได้ตามนี้ Visitor จาก USA ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย คิดเป็น 53% จากทั้งหมด CTR จาก Blogger ไปยัง Amazon = 30% (ขึ้นอยู่กับ On-page และ BMG Theme) Conversion...](http://www.3saru.com/wp-content/uploads/2011/11/blogger3d-64x64.jpg)
![[MBG-iMacro] มาโครไล่โพสบลอคที่มีปัญหาสำหรับ BMG วันนี้มีมาโครง่ายๆ สำหรับแก้ปัญหาบลอคที่ BMG แจ้งว่ามีปัญหา มาฝากกัน คนทีใช้งาน BMG บ่อยๆ อาจจะเคยสังเกตุเห็นว่า บางครั้งบลอคที่ BMG บอกว่ามีปัญหา มันอาจจะไม่ได้มีปัญหาจากตัวบลอคจริงๆ สาเหตุที่ BMG ทำการ flag เอาไว้อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น server overload, network problem หรืออาจจะดึงค่าจาก amazon ไม่ได้ในขณะที่ BMG ทำการ request ข้อมูลมาทำการโพส...](http://www.3saru.com/wp-content/uploads/2011/10/imacro-firefox1-64x64.jpg)
![[Blogger#2] Blogger ยังไม่ตาย ในโพสก่อนหน้านี้ [บลอกเกอร์แบบปั่นๆ รับ Black Friday] กับการทดลองปั่น blogger เพื่อรับเทศกาล Black Friday ปีนี้ซะหน่อย เลยเอาผลการปั่นกับระยะเวลา 1 เดือนครึ่งมาให้ชมกันดู รูปแรก Stat ผู้ชมที่หลงเข้าบลอกมา ประมาณ 50% คือลูกค้าจาก USA ยอดน้องเมย์เดือนกันยา ตามด้วยยอด 4 วันแรกของเดือนนี้ ถ้าบลอกชุดนี้อยู่ได้จนถึงสิ้นปี ก็น่าะทำเงินได้ดีกว่านี้ เพราะว่า key ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ ...](http://www.3saru.com/wp-content/uploads/2011/10/blogger-64x64.png)




![[Blogger#1] บลอกเกอร์แบบปั่นๆ รับ Black Friday ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับเทศกาลโกยทรัยพ์สำหรับพี่ๆน้องๆชาว IM ..Black Friday 2011 ใครมีโปรเจคอะไรก็รีบๆ ทำนะครับ เพราะเวลามันไม่คอยใครจริงๆ คนที่เคยผ่าน BF ปีก่อนๆ มาแล้วจะรู้ดีว่าช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี่โกยได้ต้องรีบโกย ถ้าทำ SEO อยู่ก็ทำต่อไป แต่ PPC นี่ยิ่งต้องทำ บางคนถึงกับมีบ้านขายบ้านมีรถขายรถกันเลยทีเดียว ฮ่าๆ สำหรับผมปีนี้อย่างนึงที่พลาดไม่ได้เลยก็คือบลอกเกอร์ ทำกันเนียนๆ จะได้อยู่กันยาวๆ ใครยังไม่เริ่มโปรเจค BFD ก็เริ่มกันแล้วแล้วครับ เดี๋ยวทำไม่ทันมันจะน้ำตาซืมเอาได้ง่ายๆ ใครบอกว่าทำบลอกเกอร์แล้วเหนื่อย...](http://www.3saru.com/wp-content/uploads/2011/08/blogger-64x64.jpg)
อ่านแล้วได้แนวคิดเรื่อง niche เจ๋งดีครับ ชอบๆ
ส่วนตัวแล้วผมว่าการทำ niche site ดึๆขึ้นมาสักอันนี่มันก็ลำบากในการเริ่มต้นเหมือนกัน เพราะมันไม่ง่ายเหมือนการใช้สคริปปั่นๆเอาอย่าง aom แปปๆได้เป็นพันเป็นหมื่นซับ แต่มันอยู่ทำเงินให้ได้นานกว่า เป็นข้อดีข้อเดียวเลย เหมือนเราสะสมที่ดินยังไงยังงั้น
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
เวปหน้าเดียว ตอนนี้ ทำไม่ได้แล้วหนะครับ โอกาสโดนเก็บในเร็ววัน สูงมากๆ ทางที่ดี มี ซัก 5 หน้าขึ้นไปครับ ถ้าเป็น WP เท่าที่ลองดู การปล่อยหน้า Hello World กับ Page About ก็ช่วยในเรื่องนี้เหมือนกันครับ 555 เหมือนเวปไม่ได้มีหน้าเดียว กลายๆ
เท่าที่ลองมาถ้ามีเนื้อหาสัก 4-5 หน้าแล้วทำลิงค์กลับไปหน้าแรกด้วยจะทำให้เวปทำอันดับอยู่ได้นานกว่า ส่วนหน้า hello world กับ about ที่ติดมาผมว่าลบทิ้งไปอาจจะดีกว่าเพราะมันทำให้ดูเหมือนเป็นเวปที่ทำไม่เสร็จยังก็ไม่รู้
@meae-ie: ไม่ทราบตอนนี้คุณเหมี่ยวเล่นแนวไหนครับ เวปเล็ก 4-5 หรือว่าทำแบบใหญ่ๆกันไปเลยทีเดียว